วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ?

ยางรถ,ยางรถยนต์มือสอง,ยางลมรถยนต์,วิธีการขับรถ,การขับรถยนต์,ยางมือสอง,ยาง,คนขับรถ,วิธีขับรถยนต์,ยางระเบิด
ขอบคุณรูปภาพจาก tiretruckintertrade.com
ครั้ง นี้คุยกันเรื่องเครียดนิดนึง เพราะน้องที่รู้จักมาเพิ่งรอดจากอุบัติเหตุยางระเบิดขณะขับรถบนเส้นทางบูรพา วิถี โชคดีที่น้องเค้าปลอดภัย หลังจากได้ฝังน้องเค้าเล่าประสบการณ์ก็เลยมาหาข้อมูลเพิ่มเติมใน internet จากผู้รู้จริงมากมาย เลยอยากจะนำมาเรียบเรียงสรุป เผื่อเป็นประโยชน์กับพี่ๆน้องๆที่เข้ามาอ่านบทความนี้กันบ้าง เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
  • มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
  • ถอนคันเร่งออก
  • ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
  • แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่า จะทำให้รถหมุน
  • ห้าม เหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา (ใครขับเกียร์ออโต้ก็ข้ามข้อนี้ได้เลย)
  • ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
  • เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
  • เมื่อ ความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะ กลับเป็นตรงกันข้ามอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิด ขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้

ดัง นั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว (ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)
จะเห็นได้ว่าจะทำตามขั้นตอนด้านบนได้นั้นต้องพึง "สติ" แบบสุดๆ สำหรับคนที่ตกใจง่าย และทำอะไรไม่ถูกขณะตกใจ ก็ต้องหาวิธีป้องกันอย่างเดียวครับ ซึ่งป้องกันตามสาเหตุของยางระเบิด
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด มีดังต่อไปนี้
  • ยางหมดอายุการใช้งาน เช่น แก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น
  • ยางเก่าเก็บ
  • ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้
  • บรรทุกน้ำหนักเกินค่ากำหนด
  • สูบลมยางไม่ถูกต้อง
  • เปลี่ยนยางใหม่แต่ใช้จุ๊บเติมลมอันเก่า
  • ยางร้อนจัดเนื่องมาจากเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่ง กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้
  • ผู้ขับขี่ซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใส่
  • เลือกใช้ยางไม่ถูกขนาด เช่น เอายางรถเก๋งมาใส่รถปิกอัป เป็นต้น
  • แก้มยางเสียดสีกับขอบถนน
ถ้าใครทำข้อไหนผิดอยู่ หรือไม่แน่ใจก็เข้าตรวจสอบกับร้านที่คุณไปเปลี่ยนยางเป็นประจำอยู่จะให้คำแนะนำได้ดีที่สุดครับ

ที่มา GroovyThailand

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น