วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Review Drivebot อุปกรณ์ดูแลรถคุณ เปรียบเสมือน Fitbit ของรถคุณ



Drivebot, Fitbit for Cars
    สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ GroovyThailand จะมารีวิว Drivebot - Fitbit สำหรับรถคุณ จุดเด่นที่สุดเลย คือเป็นของคนไทยครับ Designed by Drivebot Labs in Thailand ที่ระดมทุนสำเร็จ แล้วไปขายทั่วโลกใน Indiegogo สำหรับตัวนี้ทาง Groovythailand ก็ไปช่วยสนับสนุนใน Indiegogo มาเลยได้มาเป็น Lot แรกครับ ซึ่งปัจจุบันเปิดขายให้บุคคลทั่วไปแล้วนะครับ งั้นเราทำความรู้จักมากขึ้นโดยการ Unbox กันเลยดีกว่าครับ


Drivebot, Fitbit for Cars, Packaging
 - Packaging ทำได้ดูดี กล่องกระดาษ และมีคำอธิบาย Feature อยู่ด้านหลังกล่อง
 - คู่มือการรับประกัน และ Verify code สำคัญมากถ้าไม่มีก็เชื่อมต่อกับ Apps ไม่ได้ ต้องเก็บรักษาให้ดีนะครับ
 - Drivebot ทำรูปทรงได้ดี วัสดุเป็นพลาสติกเงา และมีไฟแสดงสถานะ ดูเรียบง่ายและสวยดีครับ

    วิธีติดตั้ง สามารถเสียบเข้าที่ OBD-II port รถตั้งแต่ 2006 จะอยู่บริเวณใด้พวงมาลัยรถ (เพื่อนๆสามารถหาตำแหน่ง OBS-II ของรถเพื่อนๆได้จากคู่มือรถนะครับ) ติดเสร็จจะมีเสียง และไฟติดครับ

Drivebot, Fitbit for Cars, Bluetooth

    ขัอมูลทุกอย่างจะแสดงผ่าน Apps ชื่อ Drivebot พอเปิด Apps ขึ้นมาก็จะเป็นการอธิบาย Feature และขั้นตอนสุดท้ายจะต้องเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth แต่ต้องทำการเชื่อมต่อเอง โดยการเข้าไปที่ Setting ครับ (ข้อสังเกต ต่อครั้งแรกต้องนำมือถือมาใกล้ๆครับ)

    พอกลับมาที่ Apps ก็จะต้อง Verify code ที่ให้มาในกล่องก่อน
    หลังใส่ Code เสร็จก็มาสร้าง Profile รถของเราตามช่องที่มีให้ เสร็จแล้วก็ทำการเชื่อมต่อ Apps กับรถ (กด Confirm) รอ Syn สักครู่
    หลัง Syn แล้วระบบจะถามว่าจะเปิดระบบดูแลรถยนต์ Yes
    Apps จะขออนุญาติสิทธิในการแจ้งเตือน OK เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

Drivebot, Fitbit for Cars, Drivebot Feature
    หน้าหลัก ประกอบไปด้วยการติดตามอยู่ 5 ส่วน
    1. Emission ระบบเผาไหม้
    2. Control ระบบควบคุม
    3. Powertrain ระบบขับเคลื่อน
    4. Electronic ระบบไฟฟ้า
    5. PIDs
    หากมีปัญหา จะมีการแจ้งเตือน รายละเอียดของปัญหา ตั้งแต่เนิ่นๆครับ เพื่อให้เรานำไปตรวจเช็คและซ่อมบำรุงก่อนที่จะเสีย หรือขับขี่ไม่ได้ หรือถ้าโชคร้ายคือปัญหานี้ลุกลามไปทำให้ระบบที่เกี่ยวข้องพังไปด้วย

    หน้าต่อมา จะเป็นส่วนการดูแลรถตามระยะทาง และเวลา เราสามารถสร้าง Reminder ได้

    หน้าสุดท้าย บันทึกประสิทธิภาพในการขับขี่ ตอนนี้ยังไม่มีค่าอะไรเพราะเพิ่งติดตั้ง งั้นเราไปลองขับรถกันก่อน

    ผมได้ลองขับมาระยะทางใกล้ๆ บันทึกประสิทธิภาพในการขับขี่ เราสามารถติด Tag ได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ใช้ส่วนตัว กับเวลางานครับ ละเอียดและเหมาะกับใช้ปรับปรุงลักษณะการขับรถให้ประหยัดขึ้นได้ แต่ผมว่า Apps คงจะมีการพัฒนาไปได้อีกพอควร ต้องรอ Update

    สรุป น่าสนใจครับโดยเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้ทางด้านยานยนต์ และใช้รถอย่างเดียว บางทีกว่าจะรู้ว่ามีอะไรเสีย มันก็ลามทำส่วนอื่นเสียไปอีกเยอะ ซ่อมที่แพงมาก แต่ Drivebot จะค่อยแจ้งให้เรารู้แต่เนิ่นๆ ทำให้ประหยัดค่าซ่อม และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถได้มากขึ้นมากเลยครับ
   
    ท้ายนี้อย่างลืมกด Subscribe ช่องของ GroovyThailand กันนะครับ หรือชมคลิปอื่นของเราได้ครับ

ที่มา : GroovyThailand

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ลดความร้อนง่ายๆ ก่อนขึ้นรถที่จอดตากแดดนาน

จอดรถตากแดด,ผ้าคลุมรถยนต์,เบาะคลุมรถ,ดูแลรถยนต์,ผ้าคลุมรถ pantip,ผ้าคลุมรถแบบไหนดี,ผ้าคลุมรถอย่างดี,ดูรถเเดด,ป้องกันแดด,แบบโรงเ
เวลา ไปไหนมาไหน สมัยนี้หาที่จอดรถยาก และยิ่งเป็นที่จอดรถในร่มด้วยหละก็ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรแปซีฟิกซะอีก หลายครั้งเราก็ต้องจอดข้างทางกลางแจ้งกันบ้างหละ (ก็ยังดีกว่าไม่มีที่จอดเนอะ..) แต่หลังจากทำธุระเสร็จแล้วหนะสิ แค่คิดถึงว่าต้องเดินเข้าไปนั่งในรถก็รู้สึกเหมือนตัวจะสุกเลยหละทีเดียว วันนี้เจอคลิปดีๆที่แนะนำวิธีการทำให้รถเราเย็นลงอย่างรวดเร็วภายในนาที กว่าๆ
ขึ้น ชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นแล้วเค้าจริงจังมาก และใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้ มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหนึ่ง (ผมอ่านชื่อไม่ออก... ~o~ ) เค้าทำการศึกษาเรื่องนี้
เพื่อนๆ รู้ไหมว่ารถที่จอดตากแดดอยู่นั้น อากาศภายในรถร้อนขนาดไหน จากการทดลองที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 41.6 องศาเซลเซียส (แต่มาบ้านเราหน่อยแล้วจะหนาว กับตัวเลขที่วัดได้) สามารถลดเหลือ 33.5 องศาเซลเซียส
!!! ลดลงตั้ง 8 องศาเซลเซียส !!!
เพียงทำตามวิธีง่ายๆดังนี้ครับ
  • เปิดกระจกประตูรถด้านหนึ่ง (ตามคลิปจากเปิดด้านผู้โดยสารด้านหน้า)
  • และให้ทำกระเปิด-ปิดประตูด้านตรงข้าม 5 ครั้ง
  • อุต๊ะ เสร็จแล้ว อะไรจะง่ายขนาดนี้
แต่ให้ผลในการลดอุณหภูมิได้มากทีเดียว ลองจำไปใช้กันดูนะครับ (ดูรายละเอียดทั้งหมดในคลิปด้านล่างนะครับ)
ปล. สำหรับสาวๆ อาจจะไม่ต้องใช้ เพราะมีวิธีอื่นที่ดีกว่า เพียงพูดหวานกับคนรัก หรือเพื่อนที่ไปด้วยกัน ช่วยไปขับรถมารับเราตรงทางออกที่นะจ๊ะ เท่านี้ก็มีคนไปเปิดแอร์ไล่ความร้อนก่อนเราขึ้นรถแล้ว.... ฮา ฮา สบายจะตาย

หรือ ใครมองหาทางออกอื่น ผมแนะนำให้ติดม่าน GroovyThailand ครับ ช่วยลดความร้อนได้มากเหมือนกัน แต่ต้องใช้ร่วมกับม่านปิดกระจกหน้าและหลังรถด้วยนะครับจึงจะได้ผลดี


ที่มา GroovyThailand

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขับรถช่วงหน้าร้อนแดดจ้า

ที่บังแดดรถยนต์,ม่านบังแดด,ขับรถยนต์,ที่บังแดด,การดูแลรถยนต์,วิธีขับรถยนต์,วิธีการขับรถยนต์,การขับรถยนต์,ดูแลรถยนต์,เรื่องรถ
เข้า ใกล้ช่วงหน้าร้อนเข้ามาอีกแล้วครับ หลายคนคงเถียงผมว่าไม่ได้เข้าใกล้แต่เราอยู่ในหน้าร้อนตลอดเวลา เอาน่าอย่างน้อยช่วงต้นปีนี้ก็อากาศเย็นหลายวันอยู่ ปัญหาหนึ่งในการขับรถหน้าร้อน คือ แดดจ้า ที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนแรงอยู่เรื่อยเวลาขับทางไกล.. ผมไปอ่านเจอบทความสั้นๆ และน่าจะเป็นประโยชน์บ้างบทความหนึ่ง ก็เลยนำมาฝาก

บทความจาก www.dailynews.co.th
มี คนถามเยอะเหมือนกัน ขับรถช่วงหน้าร้อนต้องทำอย่างไร ผมก็ตอบกวน ๆ ไปว่า ซื้อกระติก ซื้อน้ำแข็ง ใส่น้ำเยอะ ๆ ไว้ดื่มตอนรถติดจะได้ไม่เครียด ถ้าสภาพอากาศปกติ อีกซัก 2 สัปดาห์อุณหภูมิควรลดลงกว่านี้ เพราะเริ่มเข้าหน้าฝน

ไป ค้นดูข้อมูลเก่า ๆ มีเรื่องที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะขับขี่ช่วงฤดูร้อน แดดแรงจัดไว้เหมือนกัน คุณวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบอกว่า การขับรถช่วงฤดูร้อน แสงแดดแรงจัดกว่าฤดูกาลอื่น ๆ ทำให้ผู้ขับขี่สายตาพร่ามัว และมีอาการง่วงนอนง่ายกว่าปกติจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ อีกทั้งสภาพอากาศที่แห้งแล้งในช่วงฤดูร้อน มักมีฝุ่นละอองปกคลุมถนนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางของผู้ขับขี่ลดลง ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การใช้รถใช้ถนนเป็นไปอย่างปลอดภัย แนะวิธีขับขี่ ดังนี้

แสง แดดแรงจัด ให้ใช้ที่บังแดดปิดลงมาที่กระจกหน้ารถสวมแว่นตากันแดดที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดและกรองความสว่างของแสงแดด ทำให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะแสงแดดที่ส่องตาตลอดเวลาที่ขับรถ จะทำให้สายตาอ่อนล้า และไม่สู้แสง ทำให้เกิดอาการง่วงนอนง่ายกว่าปกติ หากง่วงนอน ให้หาที่จอดพักรถ เช่น สถานีบริการน้ำมัน จุดพักรถริมข้างทาง  เพื่อล้างหน้าหรือปรับเปลี่ยนอิริยาบถ จะช่วยคลายอาการง่วงนอนลงได้

ฝุ่น ละออง หมั่นเช็ดทำความสะอาดกระจกรถยนต์ โดยเฉพาะกระจกหน้าและหลัง ป้องกันฝุ่นละอองเกาะกระจกทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากขับผ่านเส้นทางที่มีฝุ่นละอองปกคลุม ให้ลดความเร็วลง โดยเฉพาะถนนลูกรังที่เป็นหลุมบ่อ เพราะเป็นเส้นทางที่มีฝุ่นละอองมากกว่าทางอื่น ๆ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางที่ไม่ชัดเจน จะทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันเวลา ก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงขึ้นได้ กรณีฝุ่นละอองปกคลุมจนมองไม่เห็นเส้นทาง ให้เปิดไฟตัดหมอกหรือไฟหน้ารถ จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น และทำให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นมองเห็นรถเราด้วย

การ ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน หลีกเลี่ยงการขับรถบนถนนที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ควรหยุดพักรถทุก 200–300 กิโลเมตร เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด ไม่จอดรถบนพื้นถนนที่มีน้ำเจิ่งนองนาน แล้วนำรถไปวิ่งบนผิวถนนที่ร้อนจัดในทันที เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน จะทำให้ยางบวมหรือยางระเบิด ก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้.

ขอบคุณ failuang@dailynews.co.th
ที่มา GroovyThailand

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ข้อควรระวัง...เมื่อต้องขับรถกลางแดด

บ้าน เราเป็นเมืองร้อน สภาพอากาศในแทบทุกฤดูอยู่ในเกณฑ์ร้อนถึงร้อนจัด  โดยเฉพาะในฤดูร้อนแดดจะแรงมาก ประชาชนที่ต้องทำงาน ออกกำลังหรือทำกิจกรรมใดก็ตามท่ามกลางแสงแดดจัดจ้าจะต้องระมัดระวังร่างกาย ส่วนที่ต้องกระทบกับแสงแดดโดยตรง เพราะในแสงอาทิตย์มีรังสีอัลตราไวโอเลต หรือที่เรียกกันว่า แสงยูวี ซึ่งเป็นรังสีที่มองไม่เห็นและไม่สามารถรู้สึกได้ แต่หากได้รับรังสีดังกล่าวมากไป จะส่งผลเลวร้ายต่ออวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายทำให้เกิดโรคภัยตามมาได้
ทีมวิจัยจากวิทยาลัยเซนต์ หลุยส์ สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง 898 ราย แบ่งเป็นชาย 559 ราย และหญิง 339 ราย โดยพบมะเร็งทั้งสองข้างลำตัว จากการศึกษาลึกลงไป พบว่าผู้ชายมักเป็นมะเร็งข้างที่นั่งรับแดดขณะขับรถ     ไม่ว่าจะเป็นบริเวณศรีษะ คอ แขนและมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้ชีวิตหลังพวงมาลัยนานๆ และชอบเปิดกระจกขับรถจะเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะแสงยูวีเป็นอันตรายต่อผิวหนังนั่นเอง
รังสียูวีถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ รังสียูวี-เอ เป็นรังสีที่มีพลังงานต่ำสามารถทะลุผ่านเข้าถึงผิวชั้นหนังและยังอาจส่งผลให้เกิดมะเร็งที่ผิวหนัง ส่วนรังสียูวี-บี      เป็นรังสีที่มีพลังงานสูง สามารถส่องตรงทำลายผิวชั้นหนังกำพร้า ทำให้ผิวเปลี่ยนเป็น  สีเข้มขึ้น เกิดความหมองคล้ำ จุดด่างดำและฝ้าได้ ขณะที่รังสียูวี-ซี เป็นรังสีที่อันตรายต่อผิวมากที่สุด แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศโอโซนลงมาถึงผิวโลกได้
นอกจากแสงยูวีจะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังแล้ว แสงยูวียังเร่งให้เกิดตาต้อกระจกเร็วขึ้นร้อยละ 5 และ ทำให้เกิดต้อเนื้ออีกด้วย เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขของบ้านเราก็เคยออกมารณรงค์ให้ประชาชนสวมแว่นตา กันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือกลางแดดจัด โดยเฉพาะผู้ขับรถกลางแดดจ้าควรสวมแว่นกันแดดเพื่อกรองแสง จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฝุ่นละออง และยังสามารถป้องกันแสงยูวีที่จะทำให้เกิดการเสียหายต่อสายตา กระจกตาได้อีกด้วย
ครับ/ค่ะ จากผลการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งบ้านเขาได้รับแสงอาทิตย์น้อยกว่าเรามาก หากเปรียบเทียบกับบ้านเราที่มีแดดแรงเกือบจะทุกฤดู  ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากแสงยูวีให้มากขึ้นอีกหลายสิบเท่า การทำงาน ออกกำลังกาย หรือขับรถท่ามกลางแสงแดดที่จัดจ้า ควรปฏิบัติตนเอง ดังนี้
  • สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดอย่าให้แสงกระทบผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานๆ และควรทาครีมป้องกันแสงยูวีทุกครั้งที่อยู่กลางแจ้งหรือออกนอกบ้าน
  • สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่ อยู่ในที่ที่มีแสงแดดจ้า โดยการเลือกแว่นตากันแดดที่มีเลนส์แว่นทึบแสงสีชา สีฟ้า สีดำ ไม่ควรใส่แว่นที่มีเลนส์สีฉูดฉาดในช่วงฤดูร้อน เพราะไม่มีผลในการป้องกันรังสียูวี การใส่แว่นป้องกันแสงยูวีนี้จะสามารถชะลอการเกิดโรคตาต้อกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ตาบอดมากถึงร้อยละ 70
  • ขับรถโดยปิดกระจกรถอย่า ให้แสงแดดส่องกระทบผิวหนังโดยตรง กระจกรถยนต์ที่ออกจากโรงงานส่วนใหญ่เคลือบสารป้องกันรังสียูวีชนิดบี แต่ยังไม่สามารถป้องกันรังสียูวี-เอ ได้ แต่สำหรับกระจกหน้ารถซึ่งทำจากกระจกลามิเนตจะสามารถป้องกันแสงยูวีได้ทั้งชนิดเอและบี
  • การขับรถในขณะที่อากาศร้อนจัดจะเหนื่อยและเพลียง่ายถ้า ไม่เปิดแอร์รถยนต์ และถ้าหากเหงื่อออกมากควรดื่มน้ำทดแทนบ่อยๆ  อย่าให้ร่างกายรู้สึกกระหายน้ำ เพราะนั่นแสดงว่าร่างกายคุณกำลังเข้าสู่สภาวะที่อาจเป็นอันตรายได้ ทางที่ดีควรหยุดพักล้างหน้าให้สดชื่น และที่สำคัญควรดูแลแอร์รถยนต์ให้เย็นฉ่ำเสมอ จะช่วยให้ไม่เพลียง่ายในขณะขับรถ
ข้อมูลจาก Teenee.com
งานห้องสมุด โรงพยาบาลเลิดสิน 
เรียบเรียงโดย  ชรินทร์พร  ธนศุภานุเวช

ที่มา: GroovyThailand

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ?

ยางรถ,ยางรถยนต์มือสอง,ยางลมรถยนต์,วิธีการขับรถ,การขับรถยนต์,ยางมือสอง,ยาง,คนขับรถ,วิธีขับรถยนต์,ยางระเบิด
ขอบคุณรูปภาพจาก tiretruckintertrade.com
ครั้ง นี้คุยกันเรื่องเครียดนิดนึง เพราะน้องที่รู้จักมาเพิ่งรอดจากอุบัติเหตุยางระเบิดขณะขับรถบนเส้นทางบูรพา วิถี โชคดีที่น้องเค้าปลอดภัย หลังจากได้ฝังน้องเค้าเล่าประสบการณ์ก็เลยมาหาข้อมูลเพิ่มเติมใน internet จากผู้รู้จริงมากมาย เลยอยากจะนำมาเรียบเรียงสรุป เผื่อเป็นประโยชน์กับพี่ๆน้องๆที่เข้ามาอ่านบทความนี้กันบ้าง เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
  • มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
  • ถอนคันเร่งออก
  • ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
  • แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่า จะทำให้รถหมุน
  • ห้าม เหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา (ใครขับเกียร์ออโต้ก็ข้ามข้อนี้ได้เลย)
  • ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
  • เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
  • เมื่อ ความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะ กลับเป็นตรงกันข้ามอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิด ขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้

ดัง นั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว (ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)
จะเห็นได้ว่าจะทำตามขั้นตอนด้านบนได้นั้นต้องพึง "สติ" แบบสุดๆ สำหรับคนที่ตกใจง่าย และทำอะไรไม่ถูกขณะตกใจ ก็ต้องหาวิธีป้องกันอย่างเดียวครับ ซึ่งป้องกันตามสาเหตุของยางระเบิด
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด มีดังต่อไปนี้
  • ยางหมดอายุการใช้งาน เช่น แก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น
  • ยางเก่าเก็บ
  • ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้
  • บรรทุกน้ำหนักเกินค่ากำหนด
  • สูบลมยางไม่ถูกต้อง
  • เปลี่ยนยางใหม่แต่ใช้จุ๊บเติมลมอันเก่า
  • ยางร้อนจัดเนื่องมาจากเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่ง กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้
  • ผู้ขับขี่ซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใส่
  • เลือกใช้ยางไม่ถูกขนาด เช่น เอายางรถเก๋งมาใส่รถปิกอัป เป็นต้น
  • แก้มยางเสียดสีกับขอบถนน
ถ้าใครทำข้อไหนผิดอยู่ หรือไม่แน่ใจก็เข้าตรวจสอบกับร้านที่คุณไปเปลี่ยนยางเป็นประจำอยู่จะให้คำแนะนำได้ดีที่สุดครับ

ที่มา GroovyThailand

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิธีรับมือกับการจอดรถยนต์ตากแดด

จอดรถตากแดด,ผ้าคลุมรถยนต์,เบาะคลุมรถ,ดูแลรถยนต์,ผ้าคลุมรถ pantip,ผ้าคลุมรถแบบไหนดี,ที่บังแดดรถยนต์,แผงบังแดด,ที่บังแดด,บังแดดหน้ารถ

เจ้าของรถส่วนมากก็ ไม่อยากให้รถที่คุณรักตากแดด เพราะมันจะทำลายรถได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเป็นการป้องกันรถทั้งคันไม่ให้โดยแสงแดดเลย ก็ต้องมีที่จอดรถแล้วล่ะ แต่หลายๆ บ้าน หรือหลายๆ พื้นที่ การหาที่จอดรถในร่ม หรือจะสร้างที่จอดรถแบบถาวรนั้นค่อนข้างลำบาก อาจจะใช้วิธีอื่นๆ…

- ผ้าคลุมรถ ถ้าจะใช้คุลมรถ ควรเลือกผ้าคลุมรถที่มีคุณภาพดี และมีคุณสมบัติในการปกป้องรถจากแสดงแดดและรังสียูวีเสียหน่อย อย่าคิดว่าผ้าคลุมรถก็เหมือนกันหมด

- เต๊นท์จอดรถ ไม่ได้หมายความว่าให้เอารถไปจอดที่เต๊นท์รถมือสองนะ หมายถึงเต๊นท์จริงๆ มีหลายขนาด หลายรูปทรง ถ้าหากพอมีพื้นที่ ใช้เต๊นท์ก็ดีเหมือนกัน สามารถเคลื่อนย้ายและพับเก็บได้ด้วย

- กันสาด ที่จอดรถต้องอยู่ใกล้กับผนังหรือกำแพงที่สามารถยึดโครงกันสาดได้ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวก พับเก็บง่าย ไม่เปลืองเนื้อที่ แต่ราคาค่อนข้างสูงถ้าปกป้องรถทั้งคันจากแสดงแดดไม่ได้ อย่างน้อย ควรปกป้องภายในห้องโดยสารสักหน่อยก็ยังดี การป้องกันห้องโดยสารทำได้หลายวิธีคือ…

- ติดฟิล์ม เป็นสิ่งที่คนใช้รถทำกันเป็นลำดับแรกอยู่แล้ว ทำตั้งแต่ซื้อรถเลย เป็นอุปกรณ์อย่างแรกเลยที่ถามเซลล์ว่าแถมไหม ถ้าเลือกฟิล์มกรองแสงได้มากก็อาจจะทำให้รถคุณมืดเกินไป เป็นอุปสรรคในการขับขี่ที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืนได้ แต่ถ้าเลือกความเข้มต่ำก็ยังเจอกับปัญหาเรื่องแสงและความร้อนเหมือนเดิม ปัญหานี้จะหมดไปด้วย ม่านบังแดดรถเข้ารูป GroovyThailand ใช้ก็ใส่ ไม่ใช้ก็ถอด จบจริง...

- แผ่นบังแดด เอาไว้เป็นอุปกรณ์เสริม หรืออย่างน้อยก็เอาไว้บังแดดบริเวณกระจกบังลมหน้า เพราะส่วนใหญ่กระจกบังลมหน้าเราจะติดฟิล์มกันไม่เข้มมาก มีติดรถไว้ก็ไม่เสียหลาย ส่วนกระจกด้านข้าง ก็ต้อง GroovyThailand เท่านี้ก็ลดความร้อนได้หลายองศา ในระหว่างจอดรถตากแดดได้ไม่น้อย

- ติดม่านในรถ ใครที่กลัวร้อนมากๆ ติดม่านในรถเลยก็ได้นะ เหมือนรถตู้หรือรถโดยสาร แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะว่า ติดแล้วรถอาจจะดูไม่แนวสักเท่าไร ต้องเลือกเอาระหว่างความสวยกับความสบาย แต่ต้องการทั้งสวยและสบายก็แน่นำ GroovyThailand รับรองว่าเท่ห์ สามารถดูภาพหลังติดตั้งม่าน GroovyThailand ได้จากในเว็บ

จะด้วยความกลัวหรือ สงสารรถที่จะต้องจอดตากแดดก็ดี เพราะแสงแดดนั้นรุนแรงมากๆ มีอนุภาพที่จะทำลายสีรถและอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารถจะจอดตากแดดไม่ได้เลย ถ้าจอดไม่นาน หรือนานๆ ครั้งจะต้องจอดตากแดดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องจอดนานๆ เช่น จอดทั้งวัน แบบนั้นหาทางปกป้องรถจากแสงแดดหน่อยก็ดี

ขอบคุณรูปจาก autoyim.com ที่มา GroovyThailand

เลิกล้างรถกันได้เลย....

ใน อนาคตอันใกล้นี้ เราอาจได้ใช้รถยนต์ที่ไม่ต้องล้างรถ ใช่แล้วคุณได้ยินไม่ผิด ครั้งนี้เป็นนวัตกรรมของค่าย NISSAN จะเป็นอย่างไรเป็นดูรายละเอียด กันได้เลย
ล้างรถ,คาร์แคร์,เคลือบสีรถ,ปู ไปรยา ล้างรถ,ดาราล้างรถ,เกมส์ล้างรถ,เป้ย ล้างรถ,ขัดสีรถ,เป้ย ปานวาด ล้างรถ,น้ํายาล้างรถ
Nissan เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า  “super-hydrophobic and oleophobic”. ซึ่ง Hydrophobic ก็คือ การไล่ของเหลว ส่วน oleophobic นั่นหมายถึง การไม่ยึดเกาะของน้ำมันหรือไขมันต่างๆ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ถ้าคุณลองเอาโคลนไปแปะกับตัวรถ มันก็จะลื่นหลุดออกไปทันทีโดยไม่เหลือคราบสกปรกใดๆทิ้งไว้
หลัก การทำงานของมันก็คือ จะสร้างชั้นอากาศระหว่าผิวหน้าของรถคุณและสิ่งสกปรกต่างๆ จึงไม่เกิดการยึดเกาะกับพื้นผิว ซึ่งทาง Nissan ได้ทดสอบกับสถานการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน,น้ำค้างแข็งหิมะ, ลูกเห็บ หรือน้ำที่ขังในที่ใดที่นึงเป็นเวลานานๆแล้วก็พบว่าให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
สี เคลือบตัวนี้พัฒนาขึ้นโดยบริษัท UltraTech International Inc ภายใต้ความร่วมมือกับ Nissan แต่ตอนนี้เค้ายังไม่มีแผนการว่าจะใช้เป็นสีมาตรฐานในการพ่นรถยนต์เลยรึเปล่า หรือจะเพิ่มเป็นออฟชั่นให้ลูกค้าเลือกค่ะ ใครอยากรู้ว่าสีตัวนี้จะดีจริงรึเปล่าลองคลิ๊กชมคลิปด้านล่างเลยค่ะ

 ขอบคุณบทความจาก dailygizmo.tv

ที่มา GroovyThailand